สำรวจความเปลี่ยนแปลงในสังคมเกาหลี หลังผ่านไปหนึ่งปี เหตุโศกนาฏกรรมคืนวันฮาโลวีนที่ อิแทวอน

มันเป็นปาร์ตี้คืนฮาโลวีนแรกของ โร้ปพี หลังจากช่วงเวลา 2 ปีที่มาตรการปิดเมืองจากโควิด-19 บังคับใช้ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

เมื่อหนึ่งปีก่อน นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในเกาหลีผู้นี้กำลังสนุกสนานไปกับการถ่ายรูปผู้คนที่แต่งตัวแฟนซี ในย่านกลางคืนที่มีชีวิตชีวาอย่าง อิแทวอน

แต่ในขณะที่เธอกำลังพยายามจะออกจากอิแทวอน รอบตัวเธอก็เริ่มตึงเครียดขึ้น

ถนนและตรอกใกล้ผับที่ชื่อ ไวกิกิ บีช เต็มไปด้วยคลื่นของผู้คนที่ผลักกันไปมาเพื่อพยายามจะออกจากบริเวณอิแทวอนให้ได้โดยเร็ว

"ฉันพยายามช่วยเด็กคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ เนื่องจากเขาร้องไห้ จากนั้นถึงเริ่มตระหนักว่าตัวเองกำลังจะเป็นคนต่อไปที่จะโดนคลื่นฝูงชนเบียด" โร้ปพี บอกกับบีบีซี

"ฉันหายใจไม่ออกจนถึงจุดที่กระทั่งจะตะโกนขอความช่วยเหลือก็ยังทำไม่ได้ ฉันรู้ว่ากำลังจะสิ้นลมหายใจและกลัวมาก"


ตอนนี้เป็นคืนวันเสาร์ก่อนวันฮาโลวีน โร้ปพีหนีจากฝูงชนและเข้าไปในผับไวกิกิ ซึ่งอยู่บนเนินตรงหัวมุมถนน เธอพักอยู่ตรงนั้นหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะพยายามฝ่าฝูงชนที่แน่นขนัดเพื่อจะไปยังสถานีอิแทวอน

"ฉันกับเพื่อนอีกคนรู้ว่าเราต้องฝ่าฝูงชนไปโดยใช้ตรอกแคบ ๆ อันนี้ได้ทางเดียว ดังนั้นเราไม่มีทางเลือก การฝ่าเข้าไปในฝูงชนอีกครั้งหมายความว่าเราต้องถูกเบียดเสียดอีกครั้ง" โร้ปพีอธิบาย

การพยายามเดินฝ่าฝูงชนรอบนี้เกิดขึ้นในเวลาราว 3 ทุ่มครึ่ง หรือแค่เพียง 30 นาทีก่อนที่การเบียดเสียดกันที่ทำให้มีคนเสียชีวิตจะเกิดขึ้น โชคดีที่โร้ปพีสามารถหลุดพ้นออกมาจากฝูงชนได้


แผนที่จุดที่เกิดการเบียดเสียดกันในอิแทวอน

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ จุดเดียวกับที่โร้ปพีอยู่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ซิเลีย แพทริเซีย ลิเลีย นักเขียนเรื่องท่องเที่ยวจากสวีเดน และสามีของเธอ กำลังพยายามหนีออกจากฝูงชนที่เบียดเสียด

"เราสังเกตว่าตรงนั้นมันเริ่มแน่นไปด้วยผู้คนแล้ว ทุกคนต่างพยายามจะเดินผ่านถนนเส้นนั้น และฝูงชนก็ยิ่งเบียดกันแน่นขึ้นไปอีก ทันใดนั้น ฉันก็ขยับตัวไม่ได้และอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นบนถนนเส้นนี้" ซิเลียกล่าว

"ความรู้สึกที่ว่าอีกแค่ก้าวเดียวฉันก็อาจจะเป็นหนึ่งใน 160 ที่ตายก็ได้ ยังคงวนเวียนอยู่ในใจฉัน"



รายละเอียดเหยื่อจากโศกนาฏกรรมอิแทวอน
รองเท้าของเหยื่อจากโศกนาฏกรรมในปาร์ตี้วันฮาโลวีน รองเท้าของเหยื่อจากโศกนาฏกรรมในปาร์ตี้วันฮาโลวีน

ทั้งตำรวจและรัฐบาลเกาหลีล้มเหลวที่จะจัดการและควบคุมฝูงชน ที่คาดว่าจะมีจำนวนมาก ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น

มีคนโทรแจ้งเตือนตำรวจที่เบอร์ฉุกเฉิน 112 ถึง 11 สาย ก่อนที่การเบียดเสียดกันตายจะเกิดขึ้น



อิแทวอนอาจจะไม่เหมือนที่ถูกฉายภาพให้เห็นในซีรีส์เกาหลีเรื่อง "ธุรกิจปิดเกมแค้น" (Itaewon Class) รวมถึงไม่เหมือนกับที่ อุลฟา อัล-ฮานิฟ ได้เคยวาดฝันไว้

อุลฟาเป็นเด็กหญิงชาวอินโดนีเซียที่ไปเกาหลีเพื่อตามรอยจุดถ่ายทำซีรีส์เรื่องดัง แต่เธอก็ต้องผิดหวังอย่างหนัก

อุลฟาแทบจะหายใจไม่ออก และถูกผลักไปมาโดยฝูงชน

"ถ้าฝูงชนขยับไปทางขวา เราก็ต้องตามไป ถ้าพวกเขาขยับไปข้างหน้า คุณก็ต้องไปข้างหน้าตาม" อุลฟาบอกกับบีบีซี

อุลฟาต้องแยกกับเพื่อน ๆ ของเธอ ก่อนที่สุดท้ายจะสามารถหนีออกมาจากฝูงชนได้โดยการแทรกตัวเองมาอยู่ตรงมุมที่วางถังขยะ ก่อนที่จะปีนข้ามเกาะกลางคั่นถนน เพื่อไปอยู่บนถนนอีกสายที่โล่งกว่า

"ฉันรู้สึกเศร้า และมีช่วงเวลาที่ฉันไม่อยากคุยกับพวกนักข่าวเลย แต่ว่าตอนนี้ฉันโอเคแล้ว" อุลฟากล่าว

สถานีอิแทวอน 29 ต.ค. 2022 เวลา 19.20 น.
สถานีอิแทวอน
ถนนเส้นอาหารนานาชาติ (World Food Street) 29 ต.ค. 2022 เวลา 22.14 น.
ถนนเส้นอาหารนานาชาติ (World Food Street)
ด้านบนของตรอก 29 ต.ค. 2022 เวลา 22.21 น.
ด้านบนของตรอก
ถนนบ็อกวัง (ฺBogwang) 30 ต.ค. 2022 เวลา 00.50 น.
ถนนบ็อกวัง (ฺBogwang)


ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน หน่วยสืบสวนพิเศษของตำรวจเกาหลีได้เปิดเผยภาพวิดีโอซีซีทีวีหลายคลิป ที่แสดงให้เห็นภาพตรอกที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง ตำรวจสรุปว่ามีผู้คนอยู่ที่นั่นมากกว่าปกติถึง 6 เท่า

โศกนาฏกรรมเริ่มต้นขึ้นเมื่อคนบางคนที่อยู่บนถนนเส้นอาหารนานาชาติ (World Food Street) ถูกดันลงมาสู่ตรอกที่เกิดเหตุ ส่งผลให้หลายคนล้มลงและเริ่มถมทับกัน

ในเวลา 22.25 น. ตอนนั้นมีผู้คนเฉลี่ย 10-11 คน ที่ถูกอัดกันอยู่ในพื้นที่ทุก ๆ 1 ตารางเมตร ทำให้หลายคนหายใจไม่สะดวก ร่างกายหลายส่วนบาดเจ็บ และนำไปสู่การขาดอากาศหายใจ ผู้เชี่ยวชาญเรียกสิ่งนี้ว่า "การไหลของฝูงชน" (crowd fluidization) ซึ่งผู้คนแทบจะไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายตัวเองได้

แบก ซึง จู ศาสตราจารย์ด้านความปลอดภัยอัคคีภัย ที่มหาวิทยาลัยโอเพนไซเบอร์ของเกาหลี อธิบายว่า "แต่ละคนถูกบีบรัดด้วยน้ำหนักเที่ยบเท่ากับคน 20 คน นั่นนับว่าหนักมาก กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ยังไม่กล้าที่จะดึงพวกเขาออกมา"


ระดับความเสี่ยงจากฝูงชนในอิแทวอน

ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวที่สูญเสียคนรักไป

ทีมสืบสวนพิเศษของตำรวจเกาหลีใต้ สรุปการสืบสวนเหตุผู้คนเบียดกันตายที่กินเวลานาน 74 วัน โดยมีเจ้าหน้าที่ของทางการเกาหลี 23 คนที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุที่เกิดขึ้น ในข้อหาละเลยการทำหน้าที่อย่างร้ายแรง รวมถึงข้อหาอื่น ๆ

ทีมสืบสวนสรุปว่าการเบียดกันตายครั้งนี้ เป็นหายนะ "ที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์" เนื่องจากเจ้าหน้าที่ล้มเหลวที่จะออกมาตรการป้องกันเหตุ รวมถึงไม่ได้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างทันท่วงที

หลังจากสาธารณชนกดดันอยู่กว่าหนึ่งเดือน ในที่สุดรัฐสภาเกาหลีก็มีมติชี้มูลความผิดนาย ลี ซัง-มิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและความปลอดภัยในเวลานั้น ว่ามีส่วนต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเดือน ก.ค. ศาลได้ปฏิเสธการลงโทษทางกฎหมายต่อนายซัง-มิน โดยให้เหตุผลว่า "โศกนาฏกรรมที่อิแทวอนเป็นผลมาจากหลายปัจจัย ไม่ได้เกิดจากเหตุใดเหตุหนึ่งข้อเดียว"

รัฐมนตรีลี ซัง-มิน เยี่ยมแท่นที่ระลึกเหตุการณ์ ที่อยู่ด้านนอกศาลาว่าการกรุงโซล รัฐมนตรีลี ซัง-มิน เยี่ยมแท่นที่ระลึกเหตุการณ์ ที่อยู่ด้านนอกศาลาว่าการกรุงโซล

แต่ครอบครัวที่สูญเสียไม่พอใจกับข้อสรุปดังกล่าว และยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยความจริงเบื้องหลังเหตุโศกนาฏกรรม

ในเดือน เม.ย. ร่างกฎหมายฉบับพิเศษถูกเสนอต่อรัฐสภาเกาหลี เพื่อที่จะสืบสวนความจริงเบื้องหลังเหตุโศกนาฏกรรม ปกป้องสิทธิ์ของครอบครัวเหยื่อ และมีมาตรการในการป้องกันเหตุลักษณะนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

ครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ที่อิแทวอน นักบวช และสมาชิกขององค์กรป้องกันภัยประชาชน เดินขบวนหน้าอาคารโซลพลาซา ในโอกาสครบรอบ 300 วันของเหตุโศกนาฏกรรม

จนถึงขณะนี้ที่ผ่านไปเกือบหนึ่งปีแล้วนับตั้งแต่การยื่นร่าง แต่รัฐสภาเกาหลีก็ยังไม่ได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้ แม้ว่ากลุ่มผู้นำ สส. ฝ่ายค้านจะให้ความสำคัญและพยายามเร่งออกกฎหมายดังกล่าวแล้ว


ตอนนี้อิแทนวอนปลอดภัยที่จะไปเที่ยวไหม

หลังจากเกิดเหตุไม่คาดฝัน รัฐบาลเกาหลีได้พยายามออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงเกี่ยวกับฝูงชนไม่ให้เกิดขึ้นอีก แม้ว่า "ความก้าวหน้าในมิติดังกล่าวจะค่อนข้างช้า" ก็ตาม ตามคำกล่าวของศาสตราจารย์จู

หนึ่งในวิธีป้องกันเหตุร้าย คือการประเมินฝูงชนอย่างรอบด้าน ซึ่งเสนอโดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งกรุงโซล โดยสถาบันดังกล่าวนี้อยู่ภายใต้รัฐบาลท้องถิ่นของกรุงโซล

ในอีกด้านหนึ่ง ตอนนี้สังคมเกาหลีก็ตระหนักถึงความเสี่ยงจากฝูงชนที่หนาแน่นและการเบียดอัดกันของฝูงชนแล้ว ในโรงเรียนต่าง ๆ คุณครูได้สอนนักเรียนให้รู้จักการทำซีพีอาร์ (CPR) และการช่วยเหลือผู้ที่ขาดอากาศหายใจในเบื้องต้น

นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มอาสาสมัครและสถาบันที่เกี่ยวข้อง "ที่จะช่วยประเมินสถานการณ์ก่อนเกิดเหตุและให้คำปรึกษา หากว่ามีสถานการณ์ที่คาดว่าจะมีคนเข้าร่วมจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนน สถานีรถไฟใต้ดิน สนามกีฬา หรือสถานที่จัดงานอีเวนท์อื่น ๆ"

ศาสตราจารย์วูระบุว่า สังคมเกาหลีมีการเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และการศึกษาสิ่งที่เคยเกิดขึ้นก็จะป้องกันไม่ให้เหตุเบียดกันตายเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

"ย่านอิแทวอนไม่ได้อันตรายสำหรับชาวต่างชาติที่จะมาเยี่ยมชม" ศาสตราจารย์วูกล่าว

ผู้คนมาร่วมแสดงความเสียใจต่อหน้าแท่นที่ระลึกเหตุการณ์ ด้านนอกศาลาว่าการกรุงโซล เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2022 ผู้คนมาร่วมแสดงความเสียใจต่อหน้าแท่นที่ระลึกเหตุการณ์ ด้านนอกศาลาว่าการกรุงโซล เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2022

หลังผ่านไปหนึ่งปี...

อิแทวอนจะไม่เหมือนเดิมอีก ถ้าคุณออกจากสถานีรถไฟอิแทวอนตรงทางออก 1 จากนั้นก็เดินไปยังโรงแรมแฮมิลตัน และเลี้ยวขวาตรงตรอกอิแทวอนที่เคยมีคนตาย คุณจะเห็นป้าย 3 อันตั้งอยู่ ซึ่งเป็นพื้นที่เพื่อการรำลึกและไว้อาลัยต่อเหยื่อ การทำแบบนี้จะทำให้ผู้คนไม่ลืมโศกนาฏกรรมอันเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้น

กำแพงที่เป็นอนุสรณ์สถานตั้งตระหง่านอยู่ที่เนินด้านล่างของตรอก

ถ้าคุณเดินเล่นในย่านนั้น คุณจะสังเกตว่าตอนนี้มีกล้องซีซีทีวี 17 ตัวถูกติดตั้งเอาไว้ ซึ่งมากกว่าเมื่อก่อนถึง 5 เท่า

สำหรับครอบครัวที่สูญเสีย โศกนาฏกรรมยังคงหลอกหลอนพวกเขา และสำหรับผู้รอดชีวิตอย่างโร้ปพีและซิเลีย โศกนาฏกรรมครั้งนั้นได้ทิ้งบาดแผลที่ยากจะลบออกไว้ในใจ

ตอนแรกโร้ปพีไม่สามารถรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เธอนอนไม่หลับไปหลายวัน และต้องหยุดพักจากการไปโรงเรียนและใช้โซเชียลมีเดีย "ความรู้สึกผิดจากการเป็นผู้รอดชีวิต กระทบฉันอย่างรุนแรง" เธอกล่าว

"หลังจากผ่านไปเกือบหนึ่งปี ฉันดีขึ้นมากและกลับไปใช้ชีวิตปกติแล้ว แต่ความทรงจำอันเลวร้ายก็ยังกลับมาหลอกหลอนบ้างนาน ๆ ครั้ง"

ซิเลียที่กำลังจะบินกลับไปยังเกาหลีใต้อีกครั้งในเดือน ต.ค. นี้ บอกว่าเธอยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะกลับไปยังย่านเที่ยวกลางคืนที่มีสีสันที่สุดของกรุงโซลแห่งนี้อีกหรือไม่

"อิแทวอนเป็นสถานที่แห่งโศกนาฏกรรม แต่อีกด้านมันก็ไม่ใช่ ฉันไม่รู้จริง ๆ (ว่าอยากกลับไปไหม) มันเป็นความรู้สึกปนเปที่แปลกประหลาด" ซิเลียกล่าว

"เสียงไซเรนและฝูงชนย้ำเตือนให้ฉันนึกถึงอิแทวอนเสมอ" ซิเลียเปิดเผยรอยแผลในใจออกมา



เครดิต

รายงานและผลิตอินเตอร์แอคทีฟ: Aghnia Adzkia
ตัดต่อ: Ana Lucia, David Oh, Vandana Vijay
ออกแบบ: Arvin Supriyadi and Ismail Moneer
พัฒนา: Ayu Widyaningsih Idjaja
รายงานเพิ่มเติม: Jungmin Choi, Yuna Ku, Bui Thu, BBC Korean
ที่มาภาพ: Getty Images, Facebook, VKontakte, Instagram, Twitter, Jungmin Choi
ที่มาวิดีโอ: Sia Patricia Lilja, Ulfa Al Hanif